Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients

Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients

โดย
398 มีผู้เข้าชม 398 ครั้ง

Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569
CPE 3.75 Credits

หลักการและเหตุผล

การให้อาหารเข้าทางเดินอาหาร (enteral nutrition) เป็นวิธีการดูแลด้านโภชนาการสำหรับผู้ที่มีข้อห้ามของการรับประทานอาหารทางปากหรือรับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก รวมถึงผู้ป่วยวิกฤตในหอผู้ป่วย ICU ซึ่งจะช่วยป้องกันหรือรักษาภาวะทุพโภชนาการ ส่งเสริมการรักษาโรคในภาพรวม อาหารที่ให้เข้าทางเดินอาหารจะเป็นอาหารที่ผลิตขึ้น โดยมีกรรมวิธี สูตรหรือส่วนประกอบเฉพาะที่มีหลักฐานงานวิจัยว่าเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย อาหารที่ให้เข้าทางเดินอาหารมีหลายประเภท เช่น อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วน อาหารปั่นผสม อาหารสูตรเฉพาะโรค เป็นต้น ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับโรคหรือภาวะบางอย่างของผู้ป่วยที่มีความต้องการสารอาหารลักษณะเฉพาะ นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีความจำเป็นต้องใส่สายให้อาหาร (enteral feeding tube) ซึ่งจะเป็นช่องทางการบริหารอาหารและยาร่วมกัน การให้ยาผ่านสายให้อาหารมีความซับซ้อนกว่าการให้ยาทางปากอย่างมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งด้านลักษณะของยา ตำแหน่งปลายสาย การทำงานของระบบทางเดินอาหาร และผลกระทบของสูตรอาหารที่ให้ควบคู่กัน ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ ยาบางชนิดไม่สามารถบดได้ ทำให้การเตรียมยาไม่ถูกต้องอาจทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์ หรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์ การอุดตันของสายซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข  การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและสูตรอาหาร (drug–enteral formula interaction) ที่อาจลดการดูดซึมยาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น phenytoin, warfarin และยาในกลุ่ม quinolones ปัญหาการดูดซึมยาที่เปลี่ยนแปลงตามตำแหน่งปลายสาย รวมถึงลักษณะฟิสิกส์และเคมีของยา การให้ยาแบบหลายรายการพร้อมกันโดยไม่ล้างสายอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการอุดตันและลดค่าชีวปริมาณออกฤทธิ์ของยา ปัญหาเหล่านี้ทำให้ระดับยาไม่อยู่ในช่วงของการรักษา (therapeutic range) สามารถนำไปสู่ความล้มเหลวในการรักษา เกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ส่งผลให้เพิ่มระยะเวลานอนโรงพยาบาล และเพิ่มต้นทุนการรักษา

เภสัชกรเป็นบุคลากรหลักที่มีความรู้ด้านเภสัชวิทยา รูปแบบยา การเตรียมยา และหลักการบริหารยา จึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของอาหารสำหรับให้เข้าทางเดินอาหาร วิเคราะห์ความเหมาะสมของยาและรูปแบบยา การให้คำแนะนำในการเลือกให้อาหารและบริหารยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสายให้อาหาร ร่วมวางแผน regimen ระหว่างยาและสูตรอาหารเพื่อลดปัญหา drug–nutrient interaction เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการอุดตันของสาย โดยทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพงานโภชนบำบัด (nutrition support team) การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ“Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients” จึงมีความสำคัญเพื่อให้เภสัชกรมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง มีทักษะปฏิบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ในงานจริง สามารถดูแลผู้ป่วยและให้คำแนะนำแก่ทีมรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง ลดปัญหาที่ป้องกันได้ และเพิ่มคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย

วัตถุประสงค์

1. อธิบายหลักการให้อาหารเข้าทางเดินอาหารและหลักการให้ยาผ่านสายให้อาหาร การเลือกใช้ยา รูปแบบยา และการเตรียมยาอย่างถูกวิธี
2. ประเมินปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ยาผ่านสายให้อาหาร
3. ฝึกปฏิบัติการเตรียมยา การบริหารยา การล้างสาย และเทคนิคการป้องกันปัญหา
4. ให้คำปรึกษาแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการจัดการผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารสำหรับให้เข้าทางเดินอาหารและการใช้ยา

รูปแบบการให้บริการทางวิชาการ

การอบรมที่มีการเรียนแบบภาคบรรยาย และการฝึกปฏิบัติ

ผู้เข้าร่วมโครงการ

เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจทั่วไป จำนวน 50 คน

อัตราค่าลงทะเบียน

ท่านละ 2,500  บาท

กำหนดการอบรม

วิธีการชำระค่าลงเบียนและส่งหลักฐานการชำระเงิน

รายละเอียดเพิ่มเติม

event price - 2,500

Payment Confirmation - https://forms.gle/WYeaSgoPXNDSAJ7k7

Meeting Invitation - https://drive.google.com/file/d/1xVFzGLsNvvsp6_LGeKYXnmp5O_FA2Qsz/view?usp=sharing

To register for this event please visit the following URL: https://forms.gle/k9NeGigooFvdK2RN8 →

📂 เอกสารที่เกี่ยวข้อง

วันและเวลาจัดกิจกรรม

2026-06-05 @ 08:30 ถึง
2026-06-05 @ 16:30

วันปิดรับสมัคร

2026-06-01

ประเภทกิจกรรม

หมวดหมู่กิจกรรม

แชร์ให้เพื่อน

Scroll to Top